วันไหน... วันสิ้นโลก....

posted on 22 Dec 2012 00:21 by unchain in JustTalk directory Knowledge
และแล้ววันที่ 21/12/2555 ก็ผ่านไป โลกก็ยังอยู่อย่างที่มันเป็น... และผมก็ยังมีชีวิตอยู่... และอยู่ดีไม่ว่าดี ความคิดบางอย่างก็แล่นเข้ามาในหัว เพราะฉะนั้นมาเขียนลงในนี้ดีกว่า...
 

 
ก่อนอื่น ผมต้องออกตัวก่อนว่า ผมไม่ใช่นักวิทยาศาสตร์ ฟิสิกส์อนุภาค หรือดาราศาสตร์ฟิสิกส์ อะไรทั้งนั้น ผมเพียงแค่อยากรวบรวมเรื่องที่เคยอ่านเจอมา ผิดถูกหรือมีเพิ่มเติมอย่างไร แสดงความเห็นเต็มที่ครับ ซึ่งผมจะรีบปรับปรุงแก้ไข
 
พล่ามมาเยอะละ ขอเข้าเรื่องเลยดีกว่า...

เรามาเลือก วันสิ้นโลกวันอื่น ๆ นอกเหนือจาก 21/12/2012 กันดีกว่า ว่าเราควรลุ้นระทึกวันไหนต่อไป!
 
 
ผมจะขอเสนอเรื่องราวของวันสิ้นโลกต่าง ๆ ตามที่ผมเคยอ่านมา แล้วเรามาดูกันนะครับว่าวันสิ้นโลกวันไหนน่าสนใจกว่ากัน
 
 
 
1. บิ๊กครันซ์ : จุดจบของเอกภพ
 
พวกเราส่วนใหญ่คงรู้จักบิ๊กแบงกันอยู่แล้วนะครับ (การระเบิดครั้งใหญ่ที่ก่อให้เกิดเอกภพขึ้นมา) ซึ่งหลังเกิดบิ๊กแบงแล้ว เอกภพนี้ก็ขยายตัวไปเรื่อย ๆ ซึ่งทุกวันนี้ก็ยังขยายตัวอยู่!
ซึ่งนักวิทยาศาสตร์ค้นพบแล้วว่าดาวแต่ละดวงในเอกภพนี้กำลังเคลื่อนห่างจากเราเรื่อย ๆ ในทุกทิศทาง!  ถ้าจะพูดให้เห็นภาพก็ลองนึกภาพเราเอาลูกโป่งมาแล้วใช้สีเมจิกจุดลงไปหลาย ๆ จุด จากนั้นสมมติให้จุดจุดหนึ่งเป็นโลกของเรา แล้วก็เป่าลูกโป่ง... เราจะเห็นว่าจุดแต่ละจุดมันห่างออกจากกันไปเรื่อย ๆ จริงไหมครับ?

ถ้าอย่างนั้น เราก็คงอยากรู้ว่าเอกภพของเรามันจะขยายไปถึงไหนกัน??
 
เรารู้มาว่า ดาวแต่ละดวงเป็นมวลใช่ไหมครับ? และมวลก็มีแรงดึงดูดจริงไหมครับ? เหมือนกับที่โลกดึงดูดเราให้ตกลงมานั่นแหละ... แต่ทำไมมวลพวกนี้ไม่ดึงดูดซึ่งกันและกันแล้วทำให้เอกภพยุบลงมาล่ะ? แสดงว่ามันมีอะไรบางอย่างทำให้เอกภพขยายตัวไปเรื่อยๆอยู่
ซึ่งตอนนี้นักวิทยาศาตร์ก็คำนวณอัตราการขยายตัวได้ว่า "เอกภพจะขยายตัว 5-10 % ในทุกๆ พันล้านปี" และยังคำนวณอีกว่า ถ้าเราเอามวลของดวงดาวต่าง ๆ ในกาแล็กซี่ของเราและกาเล็กซี่อื่น ๆ มารวมกันแล้ว ค่าที่ได้ยังน้อยกว่า 1/100 ของค่าที่สามารถหยุดการขยายตัวเอกภพเสียอีก...
แม้เราจะรวมสสารมืด(สสารที่มองไม่เห็นได้โดยตรง แต่เรารู้ว่ามันมีอยู่ เพราะมันมีผลต่อเส้นทางการโคจรของดวงดาว และมันอยู่ในที่ว่างระหว่างกระจุกกาแล็กซี่ด้วย) ค่าของมันก็ยังน้อยกว่า 1/10 ของปริมาณที่ต้องใช้หยุดการขยายตัวของเอกภพ..... 
 
ดังนั้น จากหลักฐานทั้งหมดที่พบในปัจจุบันคือ เอกภพอาจจะขยายตัวไปโดยไม่มีที่สิ้นสุด!
 
แต่บางที มันก็มีความเป็นไปได้ที่จะมีสสารรูปแบบอื่นในเอกภพที่เรายังไม่สังเกตุเจอ... บางทีมันอาจมีปริมาณมากพอที่จะทำให้สักวันหนึ่งเอกภพอาจจะยุบตัวลงมาก็เป็นไปได้! (ลองนึกภาพจรวดถูกปล่อยออกจากพื้นไปได้สักพัก อยู่ ๆ เชื้อเพลิงก็หมด แล้วจรวดก็ตกลงมาบนผิวโลกอีกครั้งเพราะแรงดึงดูดของโลก... จักรวาลขยายตัวกับหุบตัวก็ประมาณนั้นแหละ!)
 
ดังนั้น อเล็กซานเดอร์ ฟรีดแมนน์ (Alexander Friedmann) ได้สร้างแบบจำลองของเอกภพมา 3 แบบคือ
 
1. เอกภพแบบเปิด : ความโน้มถ่วงไม่สามารถเอาชนะการเคลื่อนที่ของกาแล็กซี่ได้ ดังนั้นเอกภพก็จะขยายตัวต่อไปไม่สิ้นสุด!
2. เอกภพแบบแบน : ความโน้มถ่วงหักล้างกับการเคลื่อนที่ของากแล็กซี่ได้พอดี ดังนั้นเอกภพจะไม่ยุบตัว เอกภพขยายตัวช้าลงเรื่อย ๆ แต่จะไม่ถึงศูนย์ (พูดง่าย ๆ คือ เข้าใกล้ศูนย์)
3. เอกภพแบบปิด : คงรู้กันอยู่แล้วนะครับว่า จะเป็นแบบจำลองที่ความโน้มถ่วงเอาชนะการเคลื่อนที่ของกาแล็กซึ่ได้ เอกภพจะขยายตัวถึงจุดสูงสุดแล้วยุบลงมาจนเกิดเป็นบิ๊กครันช์ (กลับไปนึกภาพจรวดพุ่งออกและตกพื้นอีกครั้งนะครับ)
 

 
 
ดังนั้น วันสิ้นโลกบิ๊กครันช์ที่เป็นไปได้ของเราในหัวข้อนี้ ก็คือแบบจำลอง "เอกภพแบบปิด" ของฟรีดแมนน์ แต่จะให้พูดว่าวันสิ้นโลกก็ไม่น่าจะถูกนะครับ  เพราะจริง ๆ แล้วมันคือวันสิ้นเอกภพเลยทีเดียว... ดาวคริปตัน ดาวไซย่า ดาวนาเม๊ก ฯลฯ ตายเกลี้ยงครับ ฮ่า ๆ
แต่ไม่ต้องกังวลว่าเอกภพจะยุบตัวในเร็ววันนะครับ... อย่างที่เรารู้อยู่ว่าตอนนี้เอกภพกำลังขยายตัวอยู่ และนักวิทยาศาสตร์ก็คำนวณไว้แล้วว่า หากเอกภพจะยุบตัวลง อย่างน้อยก็อีกหนึ่งหมื่นล้านปี (ผมไม่รู้ว่าเขาคำนวณวิธีไหนนะ ให้ผมเดาก็น่าจะเป็นความเร็วของการขยายตัวที่ยังไม่น้อยลงมั้ง?) 
 
นึ่งหมื่นล้านปี.... รอไปเถอะครับ...
 
 
 
แถมนิดหน่อย : จากที่เขียนมาข้างต้น อาจทำให้บางคนสงสัยว่า "อ้าว? เอกภพเรามีขนาดจำกัดเหรอ ถึงมีขยายตัวหดตัวได้? เอกภพมันไม่ได้มีขนาดไม่จำกัดหรือกว้างใหญ่ไม่มีที่สิ้นสุดหรอกหรือ?
 
ในปี ค.ศ. 1823 ได้มีข้อคัดค้านเรื่องเอกภพมีขนาดอนันต์ที่เสนอโดยชาวเยอรมันชื่อ ไฮน์ริช โอลเบอร์ส (Heinrich Olbers)
ไฮน์ริช โอลเบอร์ส (Heinrich Olbers)